อ๊ะ! เห็นชื่อเรื่องนี้อย่างเพิ่งแปลกใจไป
คือที่จริงนี่ไปอ่านหนังสือ(ฟรี)เล่มนึงมา ที่ห้องสมุดของก.ศ.น.(จุดเริ่มต้นคือการไปตากแอร์และไปเจอหนังสือเรื่องนี้พอดี)
ไหนๆก็เจอหนังสือแล้วก็เลยอ่านซะ หนังสือเรื่องนี้ผู้หญิงสมควรอ่านมากที่สุด ไหนๆก็จะเอาลงแล้วก็ขอสปอยไว้ล่ะกัน
แต่หลังจากที่อ่านแล้วกรุณาอย่าฉุนขึ้นมาล่ะกัน ขนาดฉันอ่านซึ่งยังอ่านแบบไม่จบที (แต่พอสรุปได้มั้ง) ยังนึกฉุนขึ้นมาเลย ดังนั้นแล้วจึงสปอย+สรุปจากหนังสือมาให้อ่านกัน
เรื่องของหนังสือเค้าว่าไว้ว่า ผู้เขียนซึ่งเป็นล่ามได้รับงานให้ไปที่ไต้หวัน ทำงานเกี่ยวกับการแปลเพื่อประสานงานระหว่างตำรวจและช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกขายประเวณีที่ไต้หวัน เชื่อหรือไม่ว่าคนที่นั่นเขาดูถูกคนไทยเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับผู้หญิงไทย
คนไต้หวันเขาจะมองผู้หญิงไทยไม่ว่าจะเป็นน.ศที่มาเรียนต่อ นักบริหาร นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ล่ามอย่างผู้เขียนก็ไม่เว้น ขนาดภรรยาของผู้ที่มีชื่อเสียงแห่งนึงที่เก่งภาษามาก็ยังโดน โดยที่เขามองว่า ถ้าเป็นวัยรุ่น คือมาขายตัว ถ้าเป็นผู้มีอายุ คือแม่เล้า หรือเถ้าแก่ ถ้าเป็นผู้ชายแก่ๆหน้าตาไม่ดีเค้าจะมองเถ้าแก่
ผู้ชายไต้หวั่นเวลาเขาจะแต่งงานกับคนไทยจะแต่งยังไงรู้มั้ย เขาแต่งเพื่อเอาลูก เมื่อหย่ากันลูกนี่แหละจะอยู่ฝ่ายพ่อ และลูกเองจะเหยียบหยามแม่บังเกิดเกล้าที่เป็นคนไทยมาก ถ้ารู้ว่าฝ่ายภรรยาไม่ให้ลูกได้ ฝ่ายสามีจะทำร้ายต่างๆนาๆบางทีอาจถึงขั้นตายก็ได้ ขนาดคนเขียนซึ่งไม่ได้มีอะไรเดินอยู่ดีๆยังถูกเด็กไต้หวันด่าเข้าเฉยๆและแน่นอนคนเขียนก็วนกลับจนพ่อเด็กต้องออกมาขอโทษและลากเด็กนั่นขอโทษด้วย
แต่ที่จริงคนที่สมควรผิดทั้งหลายก็คงเป็นพวกแม่สือทั้งหลายนั่นแหละ ต้องข้อหาค้าคนกาม พวกเขาเหล่านั่นน่าจะรู้สึกบ้างที่ทำอะไรลงไป เด็กอายุ 11 ปี ก็ยังโดนขาย แม้แต่เด็กที่มีการศึกษาสูงเองก็ยังโดน
เชื่อมั้ย แม้แต่คนไทยด้วยกันเอง หรือผู้หญิงด้วยกันเองก็ยังทำกันได้ถึงขนาดนี้
หลายๆคนที่ถูกหลอกขายเมื่อถูกช่วยเหลือ ส่วนมากจะสติจะเริ่มไม่ค่อยดี จะมีอาการเก็บตัว ไม่ค่อยพูด และอนาคตอาจต้องดับไป บางรายอาจถูกสังคมรังเกียจด้วย
แน่นอนว่าสังคมไทยมีค่านิยมว่าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังของผู้ชาย เป็นผู้บริการให้กับผู้ชาย ทั้งๆที่กฏหมายก็รับรองแล้ว แต่บางครั้งผู้หญิงไทยถูกผู้ชายหลอก ถูกผู้ชายรังแกสารพัด หรือแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันอย่างที่ผู้เขียนกล่าว
ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างจากคนบางคน อย่างเช่นกรณีของครูคนนึง ทั้งๆที่เค้าก็ดูแลสามีป่วยเป็นอย่างดีและหาผู้ช่วยที่เป็นผู้ชายคนนึงจ้างมาช่วยดูแลสามีเพราะตัวเองทำงานคนเดียวไม่ไหว แต่ซ้ำร้ายแทนที่จะเห็นใจกลับถูกชาวบ้านตำหนิว่ามีชู้ ทั้งๆที่ไม่ได้มีอะไรกัน จนฝ่ายหญิงโดนย้ายและต้องเสียชีวิตไปในที่สุด
ขนาดตอนไปไต้หวันยังถูกคนตรวจ(ที่คนเขียนว่าต่ำช้า)ว่า มาขายตัว หรือ มาขายเด็กล่ะสิ บางครั้งเอาเรื่องฟ้องร้องกันเลย หรือแม้แต่ถ้าพูดภาษาของเขาได้ เขาจะพูดว่า
" พวกเดียวกันก็ไม่บอก ปล่อยให้นึกว่าเป็นคนไทยอยู่ตั้งนาน "
ทำไมเป็นคนไทยแล้วมันมีปัญหาอะไร มันก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนั่นแหละ แต่ที่เค้ามองแบบนั้นเพราะใครน่ะเหรอ ลองไปคิดดูเองล่ะกัน คนเขียนว่าขนาดตอนที่ตัวเองยังเรียนยังมีคนว่าเลย จนหมดสิทธิ์สอบนั่นแหละ เพราะมีน.ศชายป่าเถือนชาวต่างประเทศว่าต่อว่าเลยเกิดตบตีกันทุกวัน บางครั้งเมื่อตอนนั่งแทกซี่ยังถูกล้อเลียนทั้งเพื่อนและผู้เขียนเลย
คนเขียนเลยมีข้อความที่เตือนสติและเชิงต่อว่า
" เมื่อไหร่สังคมไทยจะยอมรับและไม่ดูถูกดูแคลนผู้หญิง และรังแก "
" เมื่อไหร่จะเลิกค่านิยมและทัศนคติกับผู้หญิงในทางลบซะที "
" เมื่อไหร่ที่คนต่างชาติจะไม่ดูถูกเรา เหล่าผู้หญิงไทย "
" เมื่อไหร่ที่จะมีคนไม่ดูถูก เมื่อเราไปต่างประเทศแล้วพูดว่า ชั้นนี่แหละคือหญิงไทย อย่างมีศักดิ์ศรี "
" ถึงจะมาจากต่างที่ แต่ล่ะคนย่อมไม่เหมือนกัน แต่สิ่งเรื่องต่างๆหาใช่วัดความดีเพราะเพียงหน้าตาที่สวยงาม ความบริสุทธิ์ เงินตรา พรมจรรย์เพียงภายนอกเท่านั้น แต่มันหากมาจากจิตใจคนเรา หากจิตใจสกปรกแล้ว มันก็ไม่สวยงามเลยแม้แต่อย่างไร "
" สิ่งมีชีวิตต่างๆหากตายลงยังเหลือสิ่งที่มีประโยชน์ไว้ แต่หากคนเราตายจะเหลืออะไรไว้ทำประโยชน์ล่ะ มันก็เหลือแค่ความดีเท่านั้น แต่ความดีในตัวคนมันมีบ้างมั้ย ได้เคยสร้างเอาไว้มั้ย "
" กรรมใดที่เคยสร้างไว้กับคนอื่น กรรมนั้นจะตามสนองแก่คนๆนั้น "
เพราะคนต่างชาติ(โดยเฉพาะไต้หวันจากข้อความของผู้เขียน)เค้ามองผู้หญิงในด้านลบจริงๆ เพียงแค่คนส่วนน้อยที่ทำชั่วๆ แต่คนส่วนมากและคนที่เดือดร้อนกลับต้องมารับเคราะห์เพราะไอ้คนชั่วเหล่านี้
ถ้าอยากจะรู้มากกว่า ไปหาหนังสืออ่านเองน่อ มีเยอะกว่านี้
อ๊ะ! เริ่มฉุนขึ้นมาแล้วสิ งั้นมาคลายเครียดกันดีกว่ากับรูปดีกว่า บางรูปจะมีการย่อหรือทำ URLไว้ เพราะภาพมันใหญ่ไป


เหอะๆ
แต่เอ...ปิกาจูหน้าตาทะแม่งๆนะ